อ่านหนังสืออย่างไรให้จำแม่น

อ่านหนังสืออย่างไรให้จำแม่น

วิธีนี้ใช้ได้กับเนื้อหาที่ไม่ใช่นิยายหรือเรื่องสั้นนะครับ ผมลองมาแล้วใช้ได้ผลจริงๆ เหมาะสำหรับเรามีหนังสือที่ต้องอ่านเยอะและไม่มีเวลามาก

หยิบหนังสือมาสักเล่ม เนื้อหาทั่วไปอะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่นิยาย เพราะนิยายต้องใช้วิธีอีกแบบอ่านถ้าจะอ่านให้ได้ไว

  1. ต้องมีจุดหมาย ถามตัวเองว่าเราต้องการอะไรจากหนังสือเล่มที่จะอ่าน เนื้อหาส่วนไหนที่อยากรู้ หรืออยากอ่านทั้งหมด จากนั้นถามตัวเองว่าเนื้อหาในเล่มนั้นจากที่เราดูชื่อหนังสือ อ่านหัวข้อเรื่องคร่าวๆในสารบัญ เราพอจะรู้เรื่องเหล่านั้นคร่าวๆหรือมีแบล็คกราวด์มาบ้างไหม
  2. ลงมืออ่านแต่ให้อ่านเฉพาะ พารากราฟแรกและพารากราฟสุดท้ายของทุกแผ่น เพราะ main idea ของเรื่องมักจะอยู่พารากราฟแรก ย่อหน้าแรกกับสุดท้าย
  3. ดูรูป ดูกราฟ อ่านคำใต้รูป
  4. เนื้อหาส่วนไหนที่เรารู้แล้ว ก็ข้ามไปเลย ไม่ต้องเสียเวลา
  5. สิ่งสำคัญคือ ท่องไว้เสมอว่าเราต้องการอ่านเพื่อหาความหมายของเรื่อง ไม่ใช่ต้องการอ่านทุกคำ
  6. อ่านเฉพาะคำสำคัญคีย์เวิร์ดในย่อหน้านั้นๆ

ถ้าเราทำตามนี้ได้ จะช่วยให้อ่านได้เร็ว จำได้มากขึ้นเพราะเราอ่านเพื่อหาความหมายของเรื่อง ไม่ใช่ต้องการอ่านทุกคำ

ส่วนพวกนิยายนั้น เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังครับว่าใช้วิธีไหน

Advertisements

“10 วิธีในการคลายความเครียด”

เอาวิธีคลายเครียดมาบอกครับ

“10 วิธีในการคลายความเครียด”

1. ฟังเพลง หามุมสงบ

นั่งปล่อยใจให้ล่องลอยอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วฟังเพลง เบา ๆ โดยเฉพาะเพลงจำพวก Meditation ซึ่งเดี๋ยวนี้มีให้เลือกหลากหลายแบบตามความต้องการ ทั้งเสียงของดนตรี บรรเลงหรือเสียงธรรมชาติ จำพวกเสียงคลื่น..เสียงน้ำตก..เสียงนกร้อง รับรองว่าจะช่วยสร้างสมาธิให้กลับคื่นสู่สมองและจิตใจได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ในช่วงระยะเวลาเพียงสั้นๆ เชียวล่ะ

Continue reading

มาทำให้สมองมีความสุขกัน ด้วยวิธีแสนง่าย

ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือแนวฮาวทูครับ โดยเฉพาะฮาวทูที่เกี่ยวกับสมอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมองทำงานยังไง ทำยังไงถึงจะเพิ่มความสามารถในการจดจำและอีกหลายๆอย่างที่เกี่ยวกับสมอง

สมอง เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดในบรรดาอวัยวะทั้งหมดของมนุษย์ และซับซ้อนมากที่สุด การทำงานของสมองมีกลไกหลายๆอย่างเกิดขึ้น ทั้งทางเคมี ชีวะวิทยา กลศาสตร์การเคลื่อนที่ของสารสื่อประสาท ไฟฟ้า ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่ารวมเอาทุกศาสตร์ไว้ทั้งหมด ดังนั้นไม่แปลกที่นักวิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบันจะเข้าใจการทำงานของสมองได้ ยังไม่เต็ม100เปอร์เซ็นต์

Continue reading